ISO9001 Quality Management System for all Business Sector


ISO9001 คืออะไร

ISO9001 เป็นมาตรฐานของระบบบริหารคุณภาพที่สามารถนำมาใช้ได้กับทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการผลิต บริการ หรือแม้แต่หน่วยงานราชการ และไม่จำกัดขนาดขององค์กร ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่า การนำมาตรฐาน ISO9001 มาใช้ในการบริหารงานระบบคุณภาพและธุรกิจในองค์กร และขอการรับรองความสอดคล้องกับมาตรฐานนี้ เป็นเรื่องที่จำเป็น และเป็นปัจจัยพื้นฐานอย่างหนึ่งในการดำเนินธุรกิจในโลกใบนี้และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันที่นับวันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ


ทำไมต้องทำ ISO9001

การทำและการได้การรับรองมาตรฐาน ISO9001 เป็นการพัฒนาการทำงานในองค์กรอย่างเป็นระบบ มีความสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพิ่มความน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับของลูกค้า สำหรับด้านธุรกิจนั้นจะเป็นการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน และเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ๆ ด้วย จะเห็นได้จากการ sourcing หรือ การคัดเลือกผู้ขายรายใหม่ขององค์กรชั้นนำนั้น ส่วนใหญ่จะมีเกณฑ์ที่เขียนระบุไว้ว่า ถ้าผู้ขายได้รับการรับรอง ISO9001 แล้วจะได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นรายต้นๆ


การให้คำปรึกษาโดยครีซิทีฟ

ขั้นตอนการให้คำปรึกษามี 7 ขั้นตอน ดังตาราง โดยใช้เวลาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงได้รับใบรับรอง ประมาณ 5-8 เดือน (ขึ้นอยู่กับความต้องการและความพร้อมของบุคลากร) มากกว่านั้น เรายังช่วยลูกค้าต่อเนื่องตลอดอายุการรักษาและดูแลระบบอีกอย่างน้อย 3 ปี


เฟส

 กระบวนการ

 กิจกรรม

 สิ่งที่ได้จากการให้คำปรึกษา (Deliverables)

1

การวางแผน และการออกแบบระบบ (Planning and BMS Design)

  • Kick-off
  • จัดทำ Implementation plan ทั้งโครงการ
  • จัดตั้งคณะทำงาน
  • การวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap analysis)
  • จัดทำ/ทบทวนแผนผังกระบวนการธุรกิจ (Business model / process map)
  • จัดทำแผนคุณภาพและธุรกิจ (BMS control plan)


  • มีทีมทำงาน และแผนการดำเนินงานโครงการ
  • การกำหนดหน้าที่รับผิดชอบและบทบาทสำหรับผู้บริหารและทีมทำงานในการทำโครงการ
  • รายการเอกสารที่จำเป็นที่ต้องจัดทำ พร้อมแผนการจัดทำ ทบทวนและอนุมัติใช้
  • นโยบาย กำหนดตัวชี้วัด เป้าหมาย และจัดทำแผนกลยุทธ์


2

การฝึกอบรม (Training)

  • อบรมหลักสูตรการตีความหมายข้อกำหนด ISO9001 และการนำไปปฏิบัติ
  • อบรมการวิธีการจัดทำและการควบคุมเอกสาร
  • อบรมหลักสูตร ISO9001 Internal Quality Audit 


  • พนักงานได้รับการอบรมและมีความเข้าใจในข้อกำหนดของมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รู้จักเครื่องมือและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง

3

การจัดทำเอกสาร (Documentation)

  • จัดทำเอกสารคู่มือคุณภาพและธุรกิจ (Quality/Business Manual)
  • จัดทำ/ทบทวนเอกสารระเบียบปฏิบัติ (Procedures), คู่มือปฏิบัติงาน (Work instructions) และแบบฟอร์มต่างๆ


  • คู่มือคุณภาพและธุรกิจ หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
  • เอกสารระเบียบปฏิบัติ แผนผังขั้นตอนการทำงาน ที่เน้น Process approach
  • คู่มือปฏิบัติงานพนักงาน
  • แบบฟอร์ม แผ่นงาน และรายการตรวจสอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง


4

การปฏิบัติ (Implementation)  

  • อนุมัติเอกสารในระบบและนำไปปฏิบัติใช้
  • ประกาศใช้นโยบายและวัตถุประสงค์คุณภาพ/ธุรกิจ
  • ลงมือปฏิบัติ
  • ดำเนินการตรวจติดตามภายใน (Internal Audit)
  • ทำการทบทวนผลการดำเนินงาน (Management review)


  • การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพและได้ประสิทธิผล
  • การมุ่งเน้นเพื่อปรับปรุงองค์กรให้ได้ตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้
  • มีบันทึกหลักฐานผลการดำเนินงาน (Objective evidences)


5

การตรวจประเมินความพร้อม(Readiness Assessment) 

  • ดำเนินการตรวจประเมินความสอดคล้องกับข้อกำหนดโดยทีมงานที่ปรึกษา
  • แก้ไขสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด


  • ความสอดคล้องต่อข้อกำหนดมาตรฐาน และระเบียบปฏิบัติภายในขององค์กร
  • องค์กรมีความพร้อมในการตรวจรับรองจริง


6

การรับรองระบบ (Certification)

  • ติดต่อและเลือกหน่วยงานที่ให้การรับรองระบบ (C.B)
  • จัดส่งเอกสารให้ C.B ทบทวนและตรวจสอบ
  • Pre-assessment โดย C.B (optional)
  • Certification assessment โดย C.B
  • แก้ไขสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (ถ้ามี)


  • การผ่านการตรวจเพื่อรับรองระบบ และขึ้นทะเบียนโดยผู้ตรวจประเมิน

7

การบำรุงรักษาระบบ (Business/Quality System Maintenance) 

  • การเยี่ยมชมโดยที่ปรึกษาเพื่อให้คำแนะนำในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และรักษาระบบอย่างยั่งยืน
  • การวัดประเมินผลตอบแทนทางการเงิน
  • การอบรมหรือ  update เครื่องมือและข่าวสารใหม่ๆ


  • การวัดประสิทธิผลและผลประโยชน์ที่องค์กรได้รับจากการทำโครงการ
  • คำแนะนำจุดที่สามารถนำมาปรับปรุงองค์กรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน




Best view for 1024x768 pixels screen setting.

Powered by Cresitive Co., Ltd.